รสสวาทไฮโซ

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 5 : ตามล่าแม่ตัวต้นเหตุ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตามล่าแม่ตัวต้นเหตุ

 

 

 

 

 

จับได้ให้ปล้ำ

เสียงหวานใสและคำพูดท้าทายนั่น ปลุกความหื่นในตัวเขาให้ลุกโลดขึ้นมา ดวงตาลุกวาวจ้องคนตาใสที่ลอยหน้าไปมาตรงหน้า รีบยื่นมือไปหมายจะตะครุบ แต่พลาดเป้า

จะหนีไปไหน พูดเองนะ เขารีบสาวเท้าก้าวตามคนที่ถอยหลังกรูด แล้วหันหลังกลับวิ่งหนีเข้าไปในบังกะโล อย่างนี้แล้วก็เข้าทางโจร

ว้ายๆ ไม่เอานะคิน ไม่เล่นแล้ว

ผมก็ไม่เล่นนะ แต่จะเอาจริง เขาว่าพร้อมกับต้อนร่างเปรียวในชุดเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นอวดแขนและขาเรียวขาวแสนเซ็กซี่นั่นเข้ามุมอย่างนึกสนุก

ไม่เล่นแล้วจริงๆ เจ้าหล่อนพ้อหน้ามุ่ยทำท่าอ่อนอกอ่อนใจ

ก็ไม่เล่น จะเอาจริง ร่างใหญ่ว่า พร้อมกับโถมกายเข้ากอดคนตัวบางที่ดิ้นหนีขลุกขลัก หัวเราะคิกคักเป็นที่สนุกสนานแล้วสองร่างก็เสียหลักล้มลงไปบนเตียงด้วยกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ

เสียงหัวเราะเงียบหาย การดิ้นรนขัดขืนหยุดชะงักงันลงไป สายตาต่อสายตาสบผสานกันด้วยความรู้สึกวาบหวามล้ำลึก แล้วใบหน้าทั้งสองก็เคลื่อนคล้อยเข้าหากัน ริมฝีปากแตะต้องกันเป็นครั้งแรกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลวนไปทั่วร่าง แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้ไม่อาจจะผละจากกันได้อีกในนาทีนั้น

ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แตะต้องไปตามเรือนร่างนุ่มนิ่มราวกับต้องมนต์ เสื้อผ้าบนร่างกายถูกถอดหายไปทีละชิ้น...ทีละชิ้น...จนทั้งสองร่างเปลือยเปล่าล้อนจ้อน

ริมฝีปากต่อริมฝีปากแลกกันนัวเนียดูดดื่ม ฮอร์โมนและแรงขับอันพุ่งพล่านโอบรัดเขาทั้งสองให้ไหลล่องไปตามครรลองธรรมชาติ

อ๊ะ...ดาเจ็บ...

ใบหน้างามบิดเบ้ เมื่อส่วนซอกนุ่มนิ่มเร้นลับคับแน่นถูกรุกรานด้วยส่วนแข็งกร้าวของเขาที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาลจนร่างสั่นเทิ้มยามกระแทกกระทั้นผลักดันพาตัวเองเข้าไปในตัวเธออย่างล้ำลึก

ปลายนิ้วทั้งสิบกดจิกแน่นที่ต้นแขน น้ำตาหยดเล็กๆ ซึมผุดที่หางตา ในนาทีที่เขาขยับสะโพกถ่ายถอนแล้วกระแทกสุดกำลังฝากฝังตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในตัวเธอจนหมดสิ้น

ร่างใหญ่ถึงกับหอบโยน ร่างข้างใต้สั่นเทาระริกในอ้อมกอดของเขา ดวงตาเว้าวอนในวินาทีที่ต่างเป็นของกันและกัน เป็นวินาทีเดียวกับที่เขาบอกตัวเองว่า จะรักและดูแลผู้หญิงคนนี้อย่างสุดกำลังความสามารถ...สุดชีวิต สุดหัวจิตหัวใจเท่าที่ทำได้ตราบจนลมหายใจสุดท้าย

ผมทำให้ดาเจ็บใช่ไหม? กระซิบถามพร้อมกับก้มลงไปจูบซับน้ำตาที่กลิ้งไหลลงมายังแก้มนวล

หื้อ...คินอ่ะ บอกก็ไม่ยอมฟัง รั้นจะเอาให้ได้...ดาเป็นของคินแล้ว ห้ามทิ้งกันเด็ดขาดนะ คนพ้อว่าน้ำตาหยดติ๋งๆ

ในนาทีนั้นชลิดางดงามเป็นที่สุด เขาจับจ้องมองเธออย่างหลงใหลคลั่งไคล้จนโงหัวไม่ขึ้น

สัญญาว่าผมจะรักและดูแลดาตลอดไป

เธอยื่นปากมารับจูบจากเขาด้วยน้ำตาอย่างดูดดื่ม ราวกับรับผนึกคำมั่นสัญญานั้นเอาไว้ตลอดกาล

ปากต่อปากยังคงแลกจูบกันอย่างฉ่ำหวาน ส่วนด้านล่างนั่นสะโพกแน่นหนั่นก็กระแทกกระทั้นซัดความเสียวซ่านรัญจวนเข้าไปในจังหวะช้าเนิบ กระทั่งเนินนุ่มชุ่มฉ่ำร่ายร่อนตอบรับกลับมา

นาทีนั้นที่เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่าง เหลือเพียงความต้องการอย่างมัวเมาในตัณหาราคาะ อยากจะปลดปล่อย เร่งขยับยกสะโพกโยกรัวเข้าใส่อย่างไม่บันยะบันยัง มือต่อมือสอดประสาน เขารุกเธอตั้งรับ ผสานสอดจังหวะโยกโยนกายเข้าใส่กันอย่างหนักหน่วง

เสียงกรีดร้องแว่วหวานผสานกับเสียงครางแหบห้าวโหยหวน...แล้วความซ่านเสียวสะท้านก็แล่นลิ่วไหลซัดสาดไปทั่วร่าง ปลดปล่อยความสุขสมในกายของกันและกัน มันอาบอิ่มอวลวนไปทั้งกาย ลมหายใจร้อนผ่าวคลุกเคล้าความสุขเอ่อล้น

ทุกอย่างยังจำจดอยู่ในความทรงจำของเขา แม้เวลาผ่านล่วงเลยมาถึงสี่ปีแล้ว

แต่ภาคินยังจำประสบการณ์ในครั้งแรกนั้นได้ดี คิดว่าจะเป็นผู้หญิงคนนี้ คนเดียวตลอดไปที่เคียงข้างกาย

เวลาเจ็ดปีของเขาสูญเปล่า...ความฝัน...ความหวัง...อนาคตของเขาอับปางลง ทั้งที่เขาได้ทุ่มเทใจกาย ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด

มือหนากระแทกแก้วเหล้าโขกลงโต๊ะเสียงดังลั่นนัยน์ตาแดงก่ำเพราะดื่มหนักข้ามคืนกล้ากร้าวกรุ่นโกรธขึ้นมา

เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

...แล้วใครล่ะ?

ก็ผู้หญิงคนนั้นไงล่ะ...นังปีศาจแสนสวยที่พังทุกอย่างของเขา...งาน...เงิน...อนาคต...จนเจ๊งไม่เป็นท่า

บัวสวรรค์ วัชโรธร

 

“หล่อนสินะผู้หญิงหน้าโง่คนต่อไป เฮอะ! ฉันให้เวลาไม่เกินสามเดือน แล้วจะรู้ว่านรกมันมีจริง”

คำเปรียบเปรยผสมสาปแช่งกรายๆ ผุดพ้นจากกลีบปากงาม ก่อนจะปิดหน้าจอโทรศัพท์ เมื่อได้เห็นภาพงานแต่งงานระหว่าง “ผัวเก่า” ของหล่อน กับ “เมียใหม่” ของเขาที่มีผู้ปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายส่งมาให้ดู

บัวสวรรค์เคยคิดว่าคงไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เพราะเลิกกับพงศธรมาได้หลายเดือนแล้ว เขาจะมีเมีย มีกิ๊ก มีลูก มีอะไรก็เรื่องของเขา

แต่ไอ้ที่มันจี๊ดหัวใจ ก็ตรงที่ไอ้ผู้ชายซังกะบ๊วยเฮงซวยพรรค์นั้นดันหาเมียใหม่ ได้ก่อนที่หล่อนจะหาผัวใหม่นั่นต่างหากเล่า

มันน่าเจ็บใจไหมล่ะ?

มือเรียวหย่อนโทรศัพท์ลงที่เคาน์เตอร์เหนือศีรษะ แล้วแหงนหงายท้ายทอยลงพิงกับขอบอ่าง นัยน์ตาเหม่อมองแสงไฟวอร์มไลท์สีส้มนวลพร่างพรายที่ฝ้าเพดาน ชีวิตแต่งงานของหล่อนจบลงภายในไม่ถึงสองปี และไม่มีอะไรควรค่าแก่การจดจำและอาลัยอาวรณ์ทั้งนั้น

เปลือกตาเหนื่อยล้าพริ้มปิดลง หลังจากคร่ำเคร่งอยู่กับการทำงานหนักที่แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ก็สู้ยิบตาไม่ท้อถอยเพียงเพราะต้องการพิสูจน์ตัวเองให้คนในครอบครัวและคนที่เคยปรามาสหล่อนเอาไว้ให้ได้เห็น ว่าหล่อนไม่ใช่คนหยิบโหย่ง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรไม่เป็น ดีแต่ใช้เงินไปวันๆ

 และที่หล่อนอุตส่าห์บึ่งรถมาไกลถึงบ้านพักตากอากาศที่ปากช่องเพื่อพักผ่อนให้อิ่มเอม ไม่ใช่ต้องมาเจ็บช้ำระกำทรวงกับรอยแผลเป็นเก่าๆ ที่มีใครบางคนพยายามคุ้ยแคะงัดแงะมันขึ้นมา

จากนาทีนี้ไป ฉันจะกอบโกยแต่ความสุข


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha