รสสวาทไฮโซ

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 7 : เปิดฉากเจรจา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เปิดฉากเจรจา

 

 

 

 

 

าพร่างสูงใหญ่ใบหน้าแดงก่ำของคนที่ตระหง่านอยู่ที่หน้าประตูทำเอาตกอกตกใจ และพอพิศมองเห็นว่าเป็นใครก็ชักสีหน้าเข้าใส่ในทันที

“นี่คุณมาที่นี่ได้ยังไงกัน รู้ไหมว่ากำลังบุกรุกบ้านคนอื่นอยู่”

“คุณมัวทำอะไร ทำไมถึงมาเปิดประตูช้า” แทนที่จะตอบ เขากลับต่อว่ากลับมา

“มาทางไหนออกไปทางนั้นเลยนะ”

“ผมไม่กลับ จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง”

“นี่มันไม่ใช่เวลางาน กลับไป ไม่งั้นฉันจะโทรเรียกตำรวจ”

“ผมกลับแน่ แต่เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”

“ฉันไม่มีอะไรจะคุย บอกแล้วไงว่ามันเป็นเวลาส่วนตัว”

“ผมขอเวลาไม่นาน”

“นาทีเดียวก็ไม่ได้ กลับไป” ว่าพร้อมกับจะกระแทกบานประตูเข้าใส่ แต่มือใหญ่รีบยกขึ้นมาดันเอาไว้เสียก่อน

“ทำไม? คุณทำอะไรค้างไว้อยู่งั้นหรือ? ถึงคุยกับผมไม่ได้”

“คุณเข้าใจคำว่าเวลาส่วนตัวไหม?”

นัยน์ตาแดงก่ำนั่นหรี่ลง พร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเยาะๆ เมื่อกวาดตามองสำรวจเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังอยู่ในชุดไหน แถมยังมีหยดน้ำเกาะพราวที่ใบหน้า

“เวลาส่วนตัว...กำลังอารมณ์เปลี่ยวแล้วเล่นเสียวกับตัวเองอยู่ล่ะสิ”

ดวงตางามกระตุก สีหน้าตระหนกเล็กน้อยเมื่อเขาพูดจี้ถูกจุด

“พูดบ้าพูดบออะไร กลับไปซะ” ไล่เสียงแข็ง

ภาคินหัวเราะขันขึ้นมา ยิ่งทำให้คนฟังอารมณ์ขุ่น

“พูดบ้าพูดบออะไร เฮ้อ! ปากกับใจให้ตรงกันหน่อยคนเรา เรื่องธรรมชาติน่าผมเข้าใจ” เขาทำหน้าเหมือนรู้ดีว่าหล่อนกำลังทำอะไรอยู่ หน้าตาอย่างนี้ไงที่หล่อนนิยามว่า...หน้ากวนส้น สุดๆ

“เข้าใจอะไรของคุณ?”

มืออีกข้างล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตออกมาชูตรงหน้าเธอ

“ดูเหมือนคุณจะลืมไอ้นี่ไว้ที่โต๊ะทำงานนะ ไม่เอาติดมาด้วย แล้วใช้อะไร...แตงกวา...แครอท...มะเขือยาว หรือว่ามีแบบนี้ไว้ใช้สำรองหลายอันล่ะ?”

ดวงตางามเบิกค้างอย่างตื่นตะลึง นึกไม่ถึงว่าไอ้วิศวกรรับเหมาชั้นปลายแถวที่มารับจ้างโครงการโปรเจ็กต์ยักษ์ของครอบครัว จะเหิมเกริมขนาดกล้าค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานของหล่อน...กล้าบุกมาหาถึงบ้านพักตากอากาศในยามวิกาล...และกล้าพูดจาแบบนี้ด้วย

ร่างของบัวสวรรค์สั่นเทิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยว ยื่นมือตวัดเอาของในมือเขากระชากกลับคืนมา

“กลับไปซะไอ้บ้า”

เท้าเล็กเตะเข้าที่หัวเข่าจนเขาร้องโอ๊ย ปล่อยมือที่ยันประตู บัวสวรรค์อาศัยจังหวะนั้นกระแทกบานประตูปิดโครมเข้าใส่หน้าแล้ว ล็อกกลอนทันที

ร่างที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธและความอายจนใบหน้าร้อนผะผ่าวไปหมด

หมอนั่นรู้ ว่าหล่อนใช้ ผีเสื้อราตรี

ทั้งที่มันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานที่มีกุญแจล็อกแน่นหนา ไม่มีใครสามารถเปิดได้ทั้งนั้น แปลว่าเขาค้นลิ้นชักของหล่อน แล้วยังเห็นอะไรอีก

ไม่...หล่อนไม่มีความลับอื่นใด ก็แค่เจ้านี่เท่านั้น ที่เอาไว้คลายเครียดระหว่างวัน ตอนที่จู่ๆ อารมณ์เปลี่ยวเหงาร้อนเร่าต้องการพุ่งพล่านขึ้นมา...ประสาผู้หญิงยังมีฮอร์โมน แต่ก็ไม่บ่อยนัก

นี่เขาจะเอาไปเล่าหรือโพทะนาให้ใครฟังไหม? ว่าหล่อนใช้เจ้าสิ่งนี้ช่วยเหลือ บำบัดความใคร่ให้ตัวเอง

ปัง...ปัง...ปัง...

เสียงทุบประตูยังดังอย่างต่อเนื่อง

“มันถ่านหมดแล้วนะคุณ...พอดีผมกดเล่นมันมือไปหน่อย”

เสียงตะโกนยังเล็ดลอดเข้ามา

“ไอ้บ้าเอ๊ย!” เธอสบถ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“ขนาดมันเล็กไปหน่อยนะผมว่า....สู้ของจริงไม่ได้หรอก”

“ไปให้พ้น...ไม่งั้นฉันสาบานว่าจะขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทนาย แล้วส่งไปให้บริษัทอื่นๆ ให้นายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ไม่ต้องมีงานอีกเลยตลอดชาติ” เธอข่มขู่กลับไป

“ผู้หญิงบ้าอำนาจเอ๊ย! อีนางปีศาจ หน้าสวยใจร้าย สวยแต่หน้าแต่ว่าใจดำอำมหิต” เสียงตะโกนด่าทอสวนกลับมา แต่เธอหาได้สนใจไม่

หมอนั่นเมา และกำลังบ้า ปล่อยให้เขาเป็นหมาบ้าดิ้นพล่านอยู่คนเดียวไปเถอะ หล่อนไม่เอาตัวเข้าไปแลก ลงไปกัดกับหมาแน่ๆ

ใบหน้างามก็สะบัดพรืด กลับไปทำธุระที่คั่งค้างเอาไว้ต่อ...หมายถึงอาบน้ำให้เสร็จนะ เพราะว่าอารมณ์หวิวไหวหายวับไปทันทีที่เห็นหน้าไอ้บ้าภาคินนั่นแล้ว

“แกทำฉันหมดอารมณ์ไปเลยไอ้บ้าเอ๊ย!

หล่อนสบถว่า ขณะปลดผ้าขนหนูออกจากตัว เอื้อมมือไปคว้าสายฝักบัวเปิดน้ำราดรดเรือนร่างเปลือยแสนสะคราญจนเปียกชุ่ม ลืมเรื่องขุ่นใจที่เพิ่งได้เจอไปเสีย

กดครีมอาบน้ำมาฟอกชะโลมตัว ลูบไล้ไปทุกส่วนซอกสาวอย่างบรรจงพิถีพิถัน หลงใหลในผิวนุ่มลื่นนวลเนียนละเอียดละออของตัวเอง

“ไอ้บ้าภาคิน” ใบหน้ากวนส้นนั่นยังวนเวียนกวนใจไม่หาย แม้ไม่ได้ยินเสียงทุบปังๆ เพราะหมอนั่นคงกลับไปแล้ว แถมอากาศเย็นๆ ตอนกลางคืนหน้าหนาว คงทำให้หมอนั่นไม่หน้าด้านหน้าทนอยู่ต่อได้หรอก

หนาว...เมื่อก่อนหล่อนหลงรักฤดูหนาวเป็นที่สุด มันเป็นฤดูกาลที่โรแมนติกเป็นบ้า ยิ่งเวลาได้กอดกับคนที่รัก ซุกตัวอยู่ในไออุ่นของกันและกัน...ฟินระดับสิบกันเลยทีเดียว

แต่ห้วงเวลาอย่างนั้นมันหายไปจากชีวิตหล่อนแล้ว ตอนนี้หล่อนต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง ไม่หวังพึ่งพิงใครหรืออะไรทั้งนั้น

ไม่น่าเชื่อว่าใบหน้าของคนที่เพิ่งพูดแหม่บๆ ว่าทำให้หมดอารมณ์ จะตีป่วนมวนวน ทำเอาอารมณ์สาวเปลี่ยวเกิดคุคลั่งขึ้นมาอีก

จะว่าไปนายภาคินก็หน้าตาใช้ได้ หล่อแบบผู้ชายไทย คล้ายพระเอกคนโปรดแม่สาลี่ที่ชื่อเกรท วรินทรแถมยังสูงใหญ่รูปร่างดี

มือที่จับฝักบัวอาบน้ำไล่พรมรินรดไปตามผิวกาย กระทั่งมั่นใจว่าเนื้อตัวสะอาดหมดจดดีแล้ว หล่อนก็หมุนเร่งสายน้ำให้ฉีดแรงที่สุด เลื่อนไปจ่อที่หน้าอก ปลายยอดสีชมพูชูชันขึ้นมาตอบรับในทันที มือว่างอีกข้างก็เคล้นคลึงสองเต้าสลับกัน

“อ่า....ซี้ด....อื้ม....” กลีบปากงามเผยอครวญครางออกมาอย่างเร้าอารมณ์

ในท้องน้อยกำลังปั่นป่วนมวนวน ด้วยความรู้สึกเสียวซ่านพล่านแล่นลงไปสู่...และยังดินแดนหวงห้ามของความเป็นหญิงต่ำกว่านั้นอีก ฝ่ามือเรียวเปียกฉ่ำค่อยๆ ลูบไล่ลงมา...ต่ำลง...ต่ำลง ลูบวนสะกิดสะเกาปลุกเร้าตัวเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha