ทาสรักจำเลยใจ

โดย: เทียนธีรา



ตอนที่ 2 : อาณาจักรของซาตาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หลังจากที่ประตูห้องด้านนอกปิดลงและดุษฎีทุบมันจนมือแทบจะแตกปริพร้อมๆ กับความหมดหวัง เธอจึงเริ่มเดินสำรวจรอบๆ ห้อง เมื่อไม่มีทางเลือกมากนักจึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและจัดการอาบน้ำเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าและอ่อนเพลียของร่างกายที่ใช้งานอย่างหนักจากการทำงานและเดินทางมาที่นี่กับเขา และนอนพักผ่อนเอาแรงเผื่อมีโอกาสหนี ดุษฎีแอบหวังในใจว่าบางทีเธออาจหนีออกไปจากที่นี่ได้

เสียงไขประตูด้านนอกทำให้ดุษฎีสะดุ้งตื่น แสงแดดในยามเช้าทำให้เธอรู้ว่านี่เป็นวันใหม่แล้ว รชานนท์เปิดประตูเข้ามาในขณะที่เธอยังไม่ลุกจากที่นอน

นี่คุณรู้จักคำว่ามารยาทมั้ยเธอแว้ดใส่ทันที

กับคนบางคนคนก็ไม่จำเป็นจะต้องรักษามารยาท

ไอ้บ้า ไอ้...

นี่อย่ามาปากดีกับผมนะเขาตะคอกกลับโดยที่เธอยังไม่ทันจะได้พูดจบด้วยซ้ำ

ทำไม นึกว่าฉันกลัวเหรอ นายมันก็เก่งแต่กับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้

อยากลองดีใช่มั้ยร่างสูงตรงไปยังที่เตียงนอนนั้นทันที

อย่าเข้ามานะ!ดุษฎีรีบลนลานบอก แต่ช้ากว่าเขาที่ตอนนี้เข้าประชิดตัวเธอแล้ว และมือทั้งสองข้างของเขาตอนนี้อยู่ที่ไหล่ทั้งสองข้างของเธอ

ในระยะใกล้แค่นั้นทำให้ดุษฎีสามารถเห็นใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างชัดเจน เครื่องหน้าทุกอย่างของเขาช่างดุดันสมกับเป็นชายชาตรี อะไรบางอย่างในสายตาคู่นั้นทำให้ดุษฎีรู้สึกถึงกระแสบางอย่างที่เข้าไปกระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจเธอให้เร็วขึ้นผิดปกติ

ผมให้เวลาสิบนาทีแต่งตัวให้เสร็จแล้วไปหาผมข้างนอก

สิบนาทีใครจะไปทันดุษฎีเผลอตอบโต้อย่างลืมตัว

ต้องทัน หรือถ้าอยากลองดีก็เอาเขาพูดชิดริมฝีปากบางๆ ของเธอ

ดุษฎีรีบเอามือผลักอกเขาออกทันที

ปล่อยนะ

สิบนาทีเขาย้ำอีกครั้งยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ

ก็ได้ ก็ได้

ดุษฎีตอบรับแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จก่อนที่คนบ้าอำนาจนั่นจะเข้ามาในห้องเธอเมื่อเลยเวลาที่เขากำหนดเอาไว้

รชานนท์เดินออกมาจากห้องอย่างหงุดหงิด เขาดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือแล้วก็ผลักเปิดประตูเข้ามาในห้องอีกครั้งขณะที่ดุษฎีกำลังสวมเสื้อและดึงมันลง เธอหน้าร้อนผ่าวไม่รู้ว่าคนป่าเถื่อนไร้เหตุผลนั่นเห็นมากแค่ไหน

ให้ตายสิรชานนท์คำรามกึ่งครางกับภาพที่เห็นทำให้หญิงสาวหน้าแดงเถือก

คนบ้า นึกอยากจะเข้าก็เข้า ถ้าฉันโป๊อยู่คุณจะทำยังไง

ปล้ำมั้ง!

คนโรคจิต

แต่ไม่ต้องห่วงหรอก สำหรับผู้หญิงแบบคุณ ต่อให้แก้ผ้าตรงหน้า ผมก็ทำอะไรไม่ลง นอกจากฆ่าทิ้งเขาแสยะยิ้มอย่างเยาะๆ ทำเอาดุษฎีสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเคือง

ก็ดี เพราะฉันก็ไม่เคยคิดจะพิศวาสผู้ชายอย่างคุณเหมือนกัน

หุบปากนะ ถ้าขืนยังปากดีอยู่แบบนี้ ผมจะฆ่าหมกป่าซะให้รู้แล้วรู้รอด

ดุษฎีอ้าปากค้างกับคำขู่ที่แสนจะโหดร้ายของเขา และในขณะที่เธอกำลังยืนตัวแข็งอยู่นั่นเอง มือเล็กๆ ก็ถูกกระชากด้วยมือแข็งแรง แล้วกึ่งลากกึ่งจูงให้เธอเดินตามออกไปข้างนอก จากนั้นเขาก็อุ้มร่างบาง โยนขึ้นไปบนเบาะเต็มแรงทำเอาหญิงสาวจุกจนต้องเอามือกุมท้อง

“คนบ้าฉันเจ็บนะ”

“นั่นล่ะคือสิ่งที่คุณสมควรจะได้รับ”

แล้วคุณจะพาฉันไปไหนแม้จะเจ็บแต่ดุษฎีก็ยังหันขวับไปมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

นั่งเงียบๆ อย่าทำตัวให้น่ารำคาญ

รชานนท์ตวาดอีกครั้ง ก่อนจะขับรถพาดุษฎีเข้าไปในไร่ เขาต้องคุมเข้มนักโทษของเขาตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เธอหนีไปก่อนเวลาที่เขาจะปล่อยตัวเธอไป

นี่ไร่ของคุณเหรอดุษฎีเอ่ยทำลายความเงียบ

ใช่เขาตอบสั้นๆ

เมื่อไหร่คุณจะปล่อยฉัน

จนกว่านายอั้นจะไปญี่ปุ่น

แต่ฉันก็ต้องไปเหมือนกันนะคุณ

ที่ผ่านมาเรื่องมันก็แย่มากพออยู่แล้ว ขืนปล่อยให้คุณไปกับนายอั้น คุณอาจจะปล่อยตัวเองให้ท้องเพื่อจับนายอั้นก็ได้เขาหันมาตวาดเธออย่างเหลืออดที่ร่ำร้องอยากจะไปกับปริวัฒน์นักหนา

บ้า! ฉันไม่!

หุบปากนะ! คุณเลือกเอาว่าจะอยู่ที่นี่ไปตลอด หรือจะรอจนกว่านายปริวัฒน์ไป แล้วผมจะปล่อยคุณ

คุณจะฆ่าฉันเหรอ

ก็ไม่แน่ ถ้ามันจำเป็น

รชานนท์จอดรถและลงจากรถ

ลงมาสิ

ดุษฎีก้าวตามลงมาคำสั่งอย่างไม่มีทางเลือก

ตามผมมาเขาสั่งห้วนๆ อีกครั้ง อ้อ...อย่าคิดหนีล่ะ ที่ไร่นี่มีแต่ผู้ชายกลัดมันทั้งนั้น แต่ถ้าอยากมีผัวทีละสิบคนก็เชิญ จะว่าไปคุณอาจจะชอบก็ได้

คนเลว!

ดุษฎีสุดจะทนกับคำพูดเหยียดหยามดูถูกนั่น มือเล็กๆ ตวัดใส่หน้านั้นทันที แต่เขาไวกว่า คว้าข้อมือเล็กๆ นั้นไว้ทันก่อนที่มันจะกระทบกับหน้าของเขา

หยุดบ้าและตามผมมา

เป็นอีกครั้งที่ดุษฎีถูกตะคอก และวันนั้นตั้งแต่เช้าจนบ่ายเธอก็ได้แต่เดินตามเขาตรวจงานในไร่ ไร่ของเขาเป็นไร่องุ่นขนาดใหญ่ปลูกทั้งองุ่นและเลี้ยงโคนม

ช่วงพักกลางวันรชานนท์เลี่ยงไปทานอาหารกับคนงานของเขา และมีคนเอาข้าวกล่องมาให้ดุษฎีหนึ่งกล่อง เธอรับไว้แต่กลืนมันไม่ลง เพราะมีสายตาดุๆ ของคนป่าเถื่อนจับจ้องมองมาตลอดเวลา  

ในตอนบ่ายเขาสั่งให้เธอตามเขาเข้าไร่อีกครั้ง แดดในช่วงบ่ายแก่ๆ วันนั้นร้อนอบอ้าวมาก ประกอบกับที่พักผ่อนน้อยจึงทำให้ร่างกายของพ่ายแพ้ต่ออุณหภูมิที่ร้อนระอุนั้น ในที่สุดดุษฎีก็เกิดอาการหน้ามืดและหมดสติล้มพับทรุดฮวบไปกองกับพื้น

นายครับนาย คุณผู้หญิงที่มากับนายเป็นลมครับ

เสียงเอะอะโวยวายของคนงานในไร่ทำให้รชานนท์หยุดชะงัก และเมื่อหันกลับมาก็พบว่าร่างบางนอนหมดสติอยู่เบื้องหลังเขา

รชานนท์รีบปรี่เข้าไปอุ้มร่างบางนั้น พาไปวางใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีลมพัดเอื่อยๆ เขาเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดและล้วงเข้าไปใต้เสื้อปลดตะขอเสื้อชั้นใน เพื่อให้ร่างกายของเธอผ่อนคลาย ในขณะที่ถอยมือกลับมา มือของเขากลับเผลอไปโดนยอดอกของคนที่หมดสติอยู่ทำเอาเขาขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที

ร่างกายเขาเหมือนตอบสนองต่อสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ นั้นอย่างรวดเร็ว รชานนท์ขยับตัวอย่างหงุดหงิดกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ค่อยๆเขียนนะ
โดย Anonymous | 2 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha