ทัณฑ์เสน่หามาเฟีย

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 4 : พันธะสัญญา (4)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

       

     “ตอนนี้ผมพบอุปสรรคใหญ่ ลูกชายของผมยังไม่ยอมกลับอิตาลีทั้ง ๆ ที่ควรถึงเวลาเขาต้องกลับไปศึกษาและรับช่วงงานต่อจากผม จิอานนี่ ริคาร์ดิอาโดกำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งสูงสุด และ ลอวเรนซ์ มาร์โค ริคาร์ดิอาโด ต้องก้าวขึ้นไปอยู่บนบัลลังค์นั่นแทนเขา ปัญหามันอยู่ที่ว่า ลอวเรนซ์กำลังตกหลุมรักผู้หญิงไทยคนหนึ่งซึ่งผมเพิ่งรู้ว่าเป็นนักไวโอลินเล่นตามโรงแรม ก็จะไม่อ้อมค้อมล่ะนะ ว่าเขารักคุณ...มัสมิน เธียรธรากุล”

                มหาเศรษฐีชาวอิตาเลี่ยนกรีดนิ้วสวมแหวนเพชรเม็ดเขื่องไปบนแก้วไวน์ตรงหน้าก่อนยกขึ้นจิบ โครงหน้าดูจริงจังภายใต้เรือนผมสีน้ำตาลทองหยักศกน้อย ๆ ฉายประกายอันแน่วแน่ก่อนเอื้อนเอ่ยประโยคต่อมา

”ผมไม่เคยบังคับลูกชาย แต่ความรักควรอยู่บนบรรทัดฐานของความเหมาะสม ที่ผมเดินทางมาที่นี่ผมไม่ได้บอกใครทั้งสิ้นแม้แต่ลอวเรนซ์ มันเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผมที่ไม่ชอบทำอะไรแล้วต้องเป็นข่าว อืม...คุณมัสมินคบกับเขามานานหรือยัง”

หญิงสาวร่างเล็กชาวไทยนิ่งไปชั่วครู่ก่อนบอกอีกฝ่ายเสียงเบา  “ครึ่งปีค่ะ...ดิฉันรู้จักกับเขาหกเดือนแล้ว”

“งั้นรึ...” จิอานนี่วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะด้วยรอยยิ้มผุดพรายบนริมฝีปากหนาน้อย ๆ บ่งบอกความพึงใจ

“ไม่นานสินะ...ผมไม่รู้ว่าเวลาแค่นี้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลอวเรนซ์พัฒนาไปถึงไหนแล้ว แต่คงยังไม่ลึกซึ้งถึงขนาดอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหรอก จริงมั้ย? ก็หนุ่มสาวสมัยนี้คบกันเร็ว รักเร็ว เลิกเร็วเป็นเรื่องธรรมดา”

นั่นเป็นคำถามที่จิอานนี่คิดคำตอบไว้ให้แล้ว มัสมินเพียงนั่งฟังและกลืนความเจ็บช้ำกลับเข้าไปไว้ในส่วนลึก ระยะเวลาครึ่งปีสำหรับนักธุรกิจอย่างเขาอาจไม่นานเท่าความรู้สึกผูกพันระหว่างเธอกับลอวเรนซ์ซึ่งยาวนานพอและมีความหมาย

“ลอวเรนซ์เป็นเด็กหนุ่มอนาคตไกลที่ผมอยากฝากธุรกิจการบินและกิจการในเครือไว้กับเขาหลังเรียนจบมหาวิทยาลัยระดับไอวี่ ลีก อย่างฮาวาร์ดผมก็เริ่มให้เขาซึมซับกิจการของครอบครัว ตอนนี้ผมคิดว่าลอวเรนซ์พร้อมแล้วสำหรับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ ยูนิโก้ แอร์ไลน์ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ชายทั้งหล่อทั้งรวยอย่างเขาจะมีผู้หญิงมาติดพัน แต่ผมในฐานะคนเป็นพ่อไม่อยากให้สิ่งไร้สาระพวกนี้เป็นอุปสรรคในความก้าวหน้าของเขา ที่สำคัญลอวเรนซ์มีผู้หญิงที่เหมาะสมคู่ควรกับเขาอยู่แล้วที่อิตาลี คุณคงเข้าใจนะคุณมัสมิน”

“ค่ะ...ดิฉันเข้าใจ” มัสมินยังคงตอบรับด้วยถ้อยวาจาอันราบเรียบทั้งที่ข้างในท่วมถมด้วยน้ำตาแห่งความผิดหวังซึ่งจิอานนี่ไม่มีวันได้เห็น

“ลูกชายของผมมีนิสัยอย่างหนึ่งที่ทำยังไงผมก็ยังกำราบเขาไม่ลง เขาเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากและหัวแข็งจนไม่เคยอ่อนข้อให้ใครเลยแม้แต่พ่อของเขาเอง ถ้าเขาเชื่ออะไรแล้วก็จะยึดติดกับความเชื่อของตัวเองอยู่อย่างนั้น จนกว่าเขาจะค้นพบด้วยตัวเองว่าสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดเป็นเรื่องที่ผิด ซึ่งผมอยากให้เขาได้ข้อพิสูจน์นั้นจากคุณ”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha