ทัณฑ์เสน่หามาเฟีย

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 10 : บทที่ 2 เผยโฉมหน้าของซาตาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ ๒ เผยโฉมหน้าของซาตาน

 

            “ค่ะ...คุณนุสบา”

มัสมินอยากจะร่ำไห้ขณะฝืนตอบนุสบาออกไปด้วยความขมขื่น เธอปรารถนาให้เวลาอันแสนอึดอัดนี้ไหลไปให้เร็วที่สุด หญิงสาวแน่ใจในอะไรบางอย่าง แน่ใจว่าผู้ชายหล่อเหลาราวเทพบุตรมาจิติกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ไม่เหมือนเดิม...และจะไม่มีวันเหมือนเดิมตลอดกาล

ร่างระหงแค่นยิ้มให้แขกซึ่งหลายคนก็หันมาสนใจในขณะที่หลายคนก็หันหน้าสนทนาขณะจิบไวน์และไล้เลียดอาหารในจานที่บริกรของโรงแรมเดินไปมาคอยบริการมิให้บกพร่องก่อนท่วงทำนองของบทเพลงขับกล่อมจะเริ่มต้นด้วยความพยายามอย่างยากยิ่งนักกว่าแต่ละตัวโน้ตจะค่อยคืบผ่านนาทีที่ทอดยาวราวตลอดราตรีกาลจากมือเรียวบางเสมือนไร้ความรู้สึกบนเครื่องสายซึ่งตั้งอยู่บนไหล่ของเธอ บทเพลงที่ถูกบรรเลงผ่านไวโอลินสะเทือนไหวหัวใจผู้เล่นในขณะที่เจ้าของร่างสูงใหญ่ใบหน้าคร้ามคมเรือนผมสีน้ำตาลเข้มประกายทองนั่งนิ่งราวแผ่นหินไร้ความรู้สึกมีเพียงสายตาอันคมกริบสะท้อนความเกลียดชังที่ฝังลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจและความมาดหมายจะทำลายคนกลับกลอกให้ย่อยยับในเวลาไม่ช้าไม่นานนี้

ทุกจังหวะที่ถูกถ่ายทอดออกมาไร้ซึ่งความไพเราะใด ๆ สำหรับเจ้าของ ยูนิโก้ แอร์ไลน์และหุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่ ลอวเรนซ์บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาต้องปิดฉากความต่ำช้าของผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดสาหัสจนเธอทนแทบไม่ไหว เขาจะกลืนกินชีวิตของมัสมิน ดับความแพศยาในเลือดเนื้อนวลนิ่มนั้นด้วยหัวใจด้านชาของเขา มัสมินต้องได้รับการตอบแทนเยี่ยงโสเภณีไร้ราคาและให้เธอตายอย่างช้า ๆ ด้วยความพยาบาทที่มันกร่อนลึกอยู่ในสำนึกที่ยากจะกลับไปเป็นเช่นเดิม

“เป็นยังไงบ้างคะคุณลอวเรนซ์ ไพเราะมากใช่ไหมคะสำหรับการแสดงไวโอลินเพลงเมื่อครู่”

นุสบาซึ่งเป็นผู้จัดการห้องอาหารในชุดสูทสีกรมท่าก้าวเข้ามาหาหุ้นส่วนคนสำคัญทั้งสองหลังบทเพลงอันไพเราะจบลงพร้อมเสียงปรบมือถูกอกถูกใจของแขกที่โต๊ะรับประทานอาหาร ปรีชาหันมายิ้มกริ่มกับหนุ่มอิตาเลี่ยนที่เงียบไปหลังผู้เล่นโค้งคำนับขอบคุณแขกและก้าวออกไปจากห้องอาหาร

“เห็นมั้ยล่ะเพื่อน ชาวเอเชียก็เล่นดนตรีคลาสสิคไม่แพ้ชาวยุโรปนะริค ติดใจแล้วล่ะสิ นักดนตรีที่คุณนุสบาติดต่อมาก็สวยมาก นี่ที่นายเงียบไปเพราะถูกใจเพลงรึคนเล่นไวโอลินกันนี่”

“นายบอกฉันเองไม่ใช่หรือว่าอาจจะฟังเพลงเดียวแล้วกลับก็ได้ ฉันคิดว่าฉันฟังพอแล้วสำหรับคืนนี้”

“อ้าว!...นั่นนายจะกลับห้องพักแล้วเรอะ ยังไม่ทันจะทานมื้อค่ำเลย ฉันอุตส่าห์ให้เชฟโชว์ฝีมือทำเนื้อออสเตรเลียน วากิว ย่างราดน้ำเกรวี่หวานอร่อยสำหรับนายเชียวนะ”

ปรีชาทักท้วงเมื่อเห็นลอวเรนซ์ลุกขึ้นและตั้งท่าจะเดินออกไปจากที่นั้นโดยยังไม่ทันแตะอะไรสักอย่างบนโต๊ะอาหาร หุ้นส่วนโรงแรมชาวไทยหันกลับไปยังนุสบาเมื่อเห็นว่านักไวโอลินคนใหม่เริ่มบรรเลงบทเพลงแว่วหวานแทนคนเก่า

“คุณนุสบา แล้วนักดนตรีคนเมื่อกี๊นี้เธอไปไหน เธอเล่นแค่เพลงเดียวเท่านั้นหรือ?”

“คุณมัสมินนะหรือคะ?...เห็นเธอบอกดิฉันว่าไม่ค่อยสบาย ขอตัวกลับที่พักของเธอก่อนค่ะ คุณปรีชา”

คำตอบของนุสบาอาจแค่ผ่านหูของปรีชาหากทว่าสำหรับลอวเรนซ์มันเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมากจริตของมัสมินที่คงตกใจและอยากหนีหน้าเพราะคิดไปไม่ถึงว่าจะมาพบเขาที่นี่

“ฉันกลับห้องพักก่อนนะปิเอโร่ เนื้อออสเตรเลี่ยน วากิว ค่อยจัดเป็นเบรคฟาสต์ให้ฉันที่ห้องพักพรุ่งนี้ตอนเช้าก็แล้วกัน”

ปรีชาได้แต่ยกมือเกาหัวแกรก ๆ เมื่อหุ้นส่วนสั่งเสร็จแล้วก็กลับห้องพักไปตามความเข้าใจของเขา ชายหนุ่มหันกลับมายังผู้จัดการสาวและยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณคุณนุสบามากที่หานักดนตรีฝีมือดีมาเล่นให้แขกฟัง คุณมัสมินเล่นไวโอลินได้เยี่ยมมาก ลอวเรนซ์คงชอบเห็นนั่งฟังจนจบเพลง”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณปรีชา ดิฉันมีหน้าที่รับผิดชอบให้ห้องอาหารของเซลิโน่มีชีวิตชีวาสำหรับแขกที่มาพัก เขาจะได้คิดว่าที่นี่คือสวรรค์บนดินจริง ๆ อย่างไรล่ะคะ”

คำกล่าวของนุสบาสร้างความพึงพอใจแก่ผู้นั่งฟังที่พยักหน้ารับเป็นที่ยิ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha