ทัณฑ์เสน่หามาเฟีย

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 18 : สัญญาของมาเฟีย (4)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          “นุ่นจะกลับอพาร์ตเม้นท์จ้ะลี นุ่นมาลางานสองสามวัน มือเจ็บจนเล่นไวโอลินไม่ได้ นุ่นไปก่อนนะ”

            พัชชุลีปรายยิ้มกับเพื่อนซึ่งดูท่าเร่งร้อนเดินออกไป หญิงสาวนึกกระหยิ่มในใจว่าคืนนี้หุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่อาจแวะเวียนมาดินเนอร์ที่ห้องอาหารก็เป็นได้

            “เพื่อนลีกลับไปแล้วเหรอ?”

            เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้

            “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?”

            แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี

            “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย”

            “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้”

            “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแพรเห็นเพื่อนลีขึ้นรถสปอร์ตของคุณลอวเรนซ์ หุ้นส่วนใหญ่ออกไปกันสองต่อสอง แบบนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะลี”

            รอยยิ้มบนใบหน้าพัชชุลีวูบลงในวินาทีนั้น หญิงสาวหันกลับไปมองทางเดินว่างเปล่าอาบแสงจากโคมไฟอีกครั้งด้วยแววตาบอกความผิดหวังและแปรเปลี่ยนเป็นริษยาในทันใด

********************

            เสียงเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดเดินไปในทุกวินาทีราวเหล็กแหลมจี้ลงบนความรู้สึกของมัสมินซึ่งยังนั่งกุมโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาภายในห้องพักชั้นบนสุดของอพาร์ตเม้นท์หลังกลับจากเซลิโน่เมื่อหัวค่ำ ยิ่งนานผ่านไปหญิงสาวสำเหนียกได้เพียงเสียงบอกย้ำให้เธอกดปุ่มตามหมายเลขบนนามบัตรในมืออีกข้าง เธอแค่จะโทรไปหาลอวเรนซ์ แต่ไม่ได้ตอบรับข้อเสนอที่เขาหวังจะได้ยินคำตอบตกลง มัสมินชั่งใจอยู่นานกว่าจะรู้ตัวอีกทีเวลาก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่า เขาต้องการคำตอบไม่เกินสามทุ่ม และเธอก็แค่จะโทรไปเพื่อทำความตกลง...แค่นั้น

            ในที่สุดหญิงสาวจึงต้องทำตามเสียงร้องข้างในด้วยการกดหมายเลขและยกโทรศัพท์พกพาขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นวางแนบหูก่อนจะบังคับเสียงไม่ให้สั่นเมื่อสัญญาณปลายสายมีการตอบรับ

            “ริคหรือคะ...นี่มัสมินนะคะ...ฉันอยากคุยกับคุณ”   หัวใจในร่างแน่งน้อยเต้นระส่ำเมื่อได้ยินเสียงเขาตอบกลับมาราบเรียบ

            “มิวซีอา...ผมคิดว่าคุณจะปฏิเสธข้อเสนอของผมเสียแล้ว”

            “ฉันไม่ได้ตกลงรับข้อเสนอของคุณ ฉันอยากคุยกับคุณก็เท่านั้น”

            “ผมไม่ชอบคุยเรื่องข้อตกลงทางโทรศัพท์ อีกสิบนาทีจะให้คนของผมไปรับคุณที่อพาร์ทเม้นท์ก็แล้วกัน”

            “ริค...ริคคะ...” มัสมินพยายามเรียกทั้งที่สัญญาณอีกฝั่งขาดหายไปแล้ว เธอวางโทรศัพท์และนามบัตรไว้บนโต๊ะกับความตั้งใจแน่วแน่ไม่ว่าเวลาที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเป็นเช่นไรเธอจะไม่ยอมอ่อนข้อแม้เขาจะถือไพ่เหนือกว่าก็ตาม

            ก๊อก...ก๊อก...

            เสียงเคาะประตูทำให้สติอันวายวุ่นที่กระเด็นกระดอนออกไปถูกดึงกลับมาไว้ในสัมปชัญญะ หญิงสาวยกมือข้างที่มีผ้าพ้นแผลขึ้นดูและเม้มริมฝีปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง ตอนนี้เธอเหมือนอุกาบาตที่พุ่งเข้าใกล้แรงดึงดูดของโลกมากขึ้นทุกขณะ รอเวลาแต่เมื่อใดหลุดเข้าไปถึงชั้นบรรยากาศก็ต้องหลอมละลายด้วยแรงเสียดทานมหาศาลดังพายุอารมณ์ของชายผู้โหดร้ายอย่างลอวเรนซ์

เมื่อรวบรวมสติและความเข้มแข็งได้ ร่างงามระหงจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องและพบว่ามีชายต่างชาติร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อยืดกางเกงเดนิมสีทึมสวมรองเท้าบู๊ทสองคนยืนรอเธออยู่แล้ว กรอบหน้าของคนทั้งคู่ขึงขังดุดันใต้เรือนผมสีน้ำตาลเข้มทว่าประกายตาสีมรกตหม่นนั้นกลับฉายความอ่อนน้อมต่อสตรีตรงหน้า หนึ่งในนั้นก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า

“คุณริคให้พวกเรามารับคุณมัสมินครับ”

“ตอนนี้ริคอยู่ที่ไหนคะ?”

“พวกเราจะพาคุณไป เชิญครับ...คุณมัสมิน”

หญิงสาวลังเลหากก็ไม่มีเวลาพอจะตัดสินใจ เธอเดินตามชายทั้งสองซึ่งมีอุปกรณ์สื่อสารติดไว้กับตัวไปถึงรถเบ๊นซ์สีดำสนิทจอดอยู่หน้าอพาร์ตเม้นท์ซึ่งไร้คนพลุกพล่าน ชายร่างใหญ่ปฏิบัติต่อเธอเยี่ยงสุภาพสตรีซึ่งควรให้เกียรติด้วยการเปิดประตูเชิญให้นั่งบนเบาะหลังก่อนจะพารถสีดำคันหรูทะยานออกไปมุ่งหน้าสู่เส้นทางนอกตัวเมืองซึ่งไม่ใช่ทางไปเซลิโน่

ถ้าตกลงกับลอวเรนซ์ได้เธอจะไม่ยอมให้เรื่องระหว่างเธอกับเขายืดเยื้อต่อไปอีก มัสมินตั้งความหวังแม้เลือนรางในความคิด แม้สับสนวุ่นวายและใช้สมองนึกหาคำพูดที่จะทำให้มาเฟียจอมเย็นชาทว่าเลือดร้อนอย่างลอวเรนซ์เข้าใจหญิงสาวก็ไม่ลืมที่จะสังเกตภาพที่ปรากฏท่ามกลางความมืดหมองนอกหน้าต่างรถว่ามันเคลื่อนตัวห่างออกมาจากตัวเมืองศิวิไลซ์ภายในเกาะมากโขแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha