ทัณฑ์เสน่หามาเฟีย

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 20 : บทที่ 4 ทัณฑ์รักมิอาจลืม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ ๔ ทัณฑ์รักมิอาจลืม

 

            มัสมินดันร่างกายใหญ่โตของเขาออกห่างและชายหนุ่มก็มองเห็นชัดเจนว่าน้ำตาของหญิงสาวทะลักออกมาเหมือนทำนบพัง แต่สำหรับเขามันก็แค่หนึ่งในหลายร้อยเล่มเกวียนของมารยาหญิง แค่สั่งสอนให้เธอรู้จักเจ็บปวดบ้างยังน้อยไปแต่เขาอยากให้มัสมินได้รับแผลทางใจกรีดลึกให้เจ็บจำไปจนวันตายนั่นเลยทีเดียว

            “ฉันไม่ตกลงรับข้อเสนอของคุณ! ฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างผู้หญิงขายตัวอย่างที่คุณคิด ฉันเกลียดคุณ ริค! เกลียดความใจร้ายใจดำของคุณ ถ้ารู้ว่าด้านมืดของคุณมันจะเลวร้ายได้ขนาดนี้ฉันก็จะไม่ขอรักคุณเลยแม้แต่เสี้ยวความรู้สึกของฉัน!

            “เหรอ...มิวซีอา”

            หญิงสาวเจ็บร้าวไปหมดเมื่อลอวเรนซ์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนบ้าคลั่ง ทว่าสำหรับเขาแล้วมันเป็นเสียงหัวเราะเย้ยเยาะตัวเองด้วยความขมขื่นที่ก้องกังวานราวอยากให้มันข้ามผืนน้ำไปอีกซีกโลก

            “คุณบ้าไปแล้ว ริค! คุณคงอยากแก้แค้นฉันมาก ถ้าคุณฆ่าฉันให้ตายแล้วฝังฉันไว้ที่นี่ก็จะไม่มีใครรู้เลย”

            ลอวเรนซ์หยุดหัวเราะก่อนกระตุกมุมปากเหยียดหยันในคำร้องขอของหญิงสาว เขาก้าวเข้าไปหาเธอในขณะที่ร่างแน่งน้อยก็ถอยไปจนชิดติดระเบียงบ้าน

            “ผมไม่เอาชีวิตคุณหรอกมิวซีอา! แต่ผมจะฝังวิญญาณของคุณไว้ที่นี่ กักขังหัวใจของผู้หญิงร่านผู้ชายอย่างคุณจนกว่าผมจะเห็นว่ามันไร้ค่า พอถึงเวลานั้นเราก็ต่างคนต่างไป เพราะคุณเองก็ชาชินอยูแล้วกับการที่ไม่ต้องผูกพันกับใครเป็นตัวตน เราต่างพร้อมที่จะหาความสุขจากกันและกัน ก็แค่สนุกชั่วคราว พอหมดเวลา อิสระก็จะเป็นของเรา”

            “ไม่ค่ะ...”  มัสมินส่ายใบหน้าใต้กรอบเรือนผมยาวเหยียดตรงสีน้ำตาลเข้มปลิวสะบัดตามสายลม

            “สำหรับคุณอาจจะชาชินกับการเปลี่ยนคู่นอนได้บ่อย ๆ แต่ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น รักแรกของฉันมีไว้ให้ผู้ชายเพียงคนเดียวและตอนนี้เขาก็ได้ตายไปจากโลกของฉันแล้ว มีแต่ซาตานร้ายที่คอยแต่จะทำลายหัวใจคนอื่น ริคคะ...ที่ฉันมาที่นี่ไม่ได้คิดแม้แต่จะต่อรองกับคุณ แต่ฉันขอปฏิเสธ ฉันทนไม่ได้ถ้าต้องสนองสิ่งที่คุณต้องการจนพอใจ พอถึงวันหนึ่งคุณก็จะไปจากฉัน”

            “เหมือนที่คุณไปจากผมเสียดื้อ ๆ นั่นแหละ! ได้สิ มิวซีอา...ถ้าคุณจะมาที่นี่เพื่อปฏิเสธข้อเสนอของผม เรามาวัดใจกันหน่อยเป็นไร”

            พูดจบใบหน้าคร้ามคมราวเทพบุตรก็หันไปทางแนวหาดทรายที่ทอดตัวยาวขนานไปกับผืนน้ำซึ่งดันเกลียวคลื่นซัดเข้ามาเป็นระลอก

            “วัดใจ...วัดใจอะไรคะริค”

            “ผมจะให้โอกาสคุณ วิ่งหนีไปตามหาดทรายนั่น แต่มีข้อแม้ว่าหนีผมให้พ้น...ถ้าไม่พ้น ชีวิตของคุณจะเป็นของผมทันที!

            ดวงตากลมโตของหญิงสาวเบิกกว้างก่อนจะหันไปทางหาดทรายเบื้องล่างอย่างมีความหวังในทันใดเมื่อได้ยินข้อเสนอใหม่จากเขา ทว่านี่คือเกมการไล่ล่าที่มีอิสรภาพของเธอเป็นเดิมพัน ร่างบางเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะก้าวถอยหลังและหันหน้ามุ่งลงไปตามทางที่ทอดตัวจรดพื้นทราย ขาเรียวงามภายใต้กางเกงรัดรูปแนบเนื้อเคลื่อนไปอย่างว่องไวตามฝีเท้าที่ย่ำลงบนความอ่อนนุ่มทว่าอบอุ่นของทรายขาวนวล ร่างบอบบางวิ่งไปข้างหน้าไม่คิดเหลียวหลังกลับไปมอง แต่ทว่าพื้นทรายหน่วงกำลังของหญิงสาวให้วิ่งช้าลงในทุกขณะด้วยร่างกายกำลังฝืนแรงเสียดทานในทุกก้าวย่างบนพื้นที่รองรับรอยเท้าฝังลึก

เธอต้องไปให้พ้นจาก เขา แม้ความเหน็ดเหนื่อยโหมซัดและฉุดรั้งร่างกายในทุกนาทีที่เธอพาตัวเองออกห่างจากแสงไฟส่องถึงออกมาเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ กระทั่งหญิงสาวหยุดตัวเองลงและพักสูดเอาออกซิเจนเข้าไปเต็มปอดขณะก้มลงเอามือจับเข่าไว้อย่างเหนื่อยหอบ สักพักมัสมินจึงค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นและหันกลับไปมองแสงไฟของบ้านริมหาดที่เห็นดวงเล็กอยู่ลิบ ๆ นี่เธอวิ่งออกมาไกลขนาดนี้เชียวหรือนี่ นึกอีกทีสมเพชตัวเองเหลือจะเอ่ยที่วิ่งหนีคนเคยรักหัวซุกหัวซุนเหมือนกวางวิ่งหนีเสือจนเหงื่อไหลท่วมตัวต้องยกมือขึ้นปาดคราบน้ำบนใบหน้าตามคิ้วตาก่อนผ่อนลมหายใจครั้งสุดท้ายและหันกลับไปที่ยังไม่เห็นจุดหมายว่าจะถึง

            “โอ๊ะ!”   มัสมินรู้สึกว่าเธอชนอะไรบางอย่างเข้าอย่างจังเมื่อเหลียวหลังทำท่าจะวิ่งต่อไป

            “ริค!”     คำอุทานเบาหวิวราวสายลมหนาวกรีดจิกลงบนผิวเนื้อหลุดออกมาจากเรียวปากอิ่มสั่นระริกบนใบหน้าซีดขาวราวกับไร้เลือดเลี้ยง มัสมินเย็นเยือกถึงขั้วหัวใจเมื่อดวงตากลมโตคู่งามสะท้อนเงาของบุรุษผู้ยื่นข้อเสนอให้เธอเล่นเกมอำมหิตนี้

            “ผมลืมบอกคุณไป มิวซีอา...ว่าผมเคยเป็นนักวิ่งของมหาลัยตอนอยู่ที่ฮาวาร์ด”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha