ทัณฑ์เสน่หามาเฟีย

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 30 : เวลาของเทพบุตรมาเฟีย (2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตัวเมืองสมุยในช่วงกลางวันก็ยังพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มัสมินไม่ได้รู้สึกดีขึ้นสักเท่าไหร่ที่ลอวเรนซ์พาเธอออกมาซื้อข้าวของด้วยสีหน้าที่ยังเย็นชาดุจเดิม

เขาไม่ได้ให้บอดี้การ์ดคนสนิทติดตามมาด้วยหากหญิงสาวก็เข้าใจว่าทั้งดิมิทรีและสเตฟาโนคงตามดูนายของพวกเขาอยู่ห่าง ๆ นั่นเอง เมื่อเกือบปีที่ผ่านมาเธอรู้จักกับลอวเรนซ์ในฐานะนักท่องเที่ยวจากอิตาลีที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทย เธอรู้เพียงว่าเขาเป็นผู้ชายเปี่ยมไปด้วยหัวใจสุภาพบุรุษ

ลอวเรนซ์เป็นคนเงียบขรึมทว่าอบอุ่นมากมายยามได้อยู่ใกล้ชิด เขาไม่ชอบเที่ยวเตร่ ไม่ดื่มเหล้า แตะเพียงไวน์ชั้นเลิศซึ่งเธอเข้าใจว่าอาจมาจากพื้นฐานการศึกษาของนักเรียนมหาวิทยาลัยระดับไอวี่ ลีก

แต่ที่น่าเสียใจคือเขาไม่เคยเปิดเผยตัวเองเลยว่าเป็นบุตรชายคนเดียวของมหาเศรษฐีเจ้าองสายการบินยักษ์ใหญ่ในอิตาลี่ ยูนิโก้ แอร์ไลน์ แม้แต่เครื่องดนตรีที่คนร่ำรวยเท่านั้นหามันมาไว้ครอบครองอย่างไวโอลินพะยี่ห้อสตราดิวาริอุสก็มิได้ทำให้เธอฉุกใจคิดอะไรได้เลย มัสมินเห็นแต่ภาพชวนฝันของบุรุษหน้าตาหล่อกระชากใจที่ทำเอาเธอหลงใหลเขาแต่แรกพบ

ลอวเรนซ์เป็นผู้ชายหล่อจัดและเสน่ห์จัดซึ่งความรักที่ทอดเงาเข้าไปในหัวใจของหญิงสาวคือตรวนเสน่หาพันธนาการยากจะปลดมันออกได้...และจวบจนถึงบัดนี้ เมื่อเงาร้ายของความชิงชังรังเกียจทอดเข้ามาแทนที่สายใยแห่งรัก เธอเท่านั้นที่รู้ดีว่าถึงเขาจะโกรธเกลียดเธอเยี่ยงไร คำตอบอันชัดเจนและมิอาจเปลี่ยนแปลงได้คือ เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอรัก

“ผมอยากไหว้พระ คุณไปเป็นเพื่อนผมสักการะพระพุทธรูปหน่อยได้มั้ย... มิวซีอา”

เสียงเปรยขึ้นราบเรียบขณะผู้บังคับพวงมาลัยพารถแล่นเลาะขึ้นไปทางเหนือของเกาะหลังจากซื้อข้าวของในตัวเมืองทำให้มัสมินนึกประหลาดใจว่าหนุ่มต่างชาติอย่างลอวเรนซ์จะคิดถึงเรื่องนี้ด้วยหรือ

“คุณคงสงสัยใช่มั้ย มิวซีอา ว่าทำไมผมอยากไหว้พระ”

“ค่ะ...”

หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าโปร่งแต่งลูกไม้และประดับคริสตัลขานรับเบา ๆ ก่อนจะรับฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องของตัวเองด้วยน้ำเสียงคลายความดุดัน

“แม่ของผมเป็นคนไทย ท่านสอนให้ผมไหว้พระ นอกเหนือจากการไปโบสถ์ ขนาดพ่อก็ยังต้องไหว้พระ เขากลัวแม่ผมอย่างกับอะไร ไม่เคยขัดใจสักอย่าง ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่พ่อได้พบผู้หญิงที่มีความจริงใจ รักครอบครัว...รักเดียวใจเดียว”

ลอวเรนซ์หน่วงน้ำเสียงตอนท้ายซึ่งคนนั่งข้าง ๆ ก็รู้ดีว่าเขาพูดถึงมารดาด้วยความภาคภูมิใจทว่าก็ซ่อนนัยจนหญิงสาวเสียอีกที่นึกละอายต่อคำชื่นชมแต่กระแทกหัวใจเธออย่างจัง

“คุณก็จะได้พบคนที่เหมาะสมกับคุณในวันหนึ่งนะคะ ริค”

มัสมินกล่าวจริงใจ เธออยากอวยพรเขากับใครใหม่ซึ่งจิอานนี่ก็เคยกล่าวถึงเช่นนั้น หากทว่าคำพูดจากความไม่ตั้งใจกลับเหนี่ยวนำให้คนอยู่หลังพวงมาลัยเกิดความรู้สึกบางอย่าง มันรุนแรงจนเท้าที่เหยียบคันเร่งยิ่งดันลงไปให้รถแล่นเร็วกว่าเดิม

“ผมไม่ได้ขอความเห็นจากคุณในเรื่องนี้ มิวซีอาคนเราจะมีความรักสักกี่ครั้งในชีวิต แม่ของผมไม่ได้สอนให้ผมไหว้พระเป็นอย่างเดียว แต่ท่านยังสอนเรื่องการมีคู่ครอง ว่าอย่าเป็นคนมากรัก มากคู่นอน อย่าเอาแต่ได้และที่สำคัญ อย่าทำให้คนที่เรารักเสียใจ!

อารมณ์คุกรุ่นของลอวเรนซ์ทำให้มัสมินจำต้องกลืนเก็บคำพูดของตัวเองและระมัดระวังหากจะกล่าวสิ่งใดออกมาอีก เธอเงียบงันและเขาก็บังคับพวงมาลัยต่อไปด้วยอาการนิ่ง ๆ เสมือนต่างคนต่างมีเรื่องคิดของตัวเองกระทั่งเบนซ์สปอร์ตสีขาวคันหรูแล่นเลี้ยวเข้าไปในบริเวณวัดซึ่งคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ชายหนุ่มหญิงสาวใช้เวลาไม่นานในการเข้าไปสะการะบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประดิษฐานกลางแจ้งบนยอดเขา

มัสมินสังเกตดูอาการอันสงบและสุขุมของชายต่างชาติเมื่ออยู่ตรงหน้าสิ่งแทนการเคารพของพุทธศาสนา เขาคงได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีจากมารดา แต่ก็ช่างผิดแผกกับคนเย็นชาแต่ชอบสาดอารมณ์ร้ายใส่เธอก่อนหน้านี้ หากเขาสงบได้นาน ๆ ก็คงดี จะได้ไม่มีคำว่าเสียใจ

เมื่อเสร็จจากการเข้าไปบูชาพระพุทธรูป สองหนุ่มสาวในสายตาคนทั่วไปคือคู่สามีภรรยายังคงเดินจูงมือชมสิ่งก่อสร้างและทิวทัศน์สวยงามรอบวัดโดยแทบไม่รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองมาจากอีกมุมห่างจากคนทั้งสองไปไม่ไกล

“ลี...นั่นคุณลอวเรนซ์หุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่นี่นา เอ๊ะ!...ตายจริง นั่นควงมากับ มัสมิน เพื่อนลี จับมือถือแขนกันแบบนั้นก็แสดงว่า...”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha